เปิดความจริง น้องอินเสียชีวิต ชาวเน็ตงง มือถือหาย ตายตอนตี 3 พบศพ 7 โมง


จากอุบัติเหตุสลดเมื่อนักแสดงวัยรุ่นที่มีผลภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง อย่าง ‘น้องอิน’ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือน้องอิน อายุ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ทะเบียน 5กบ5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำบนถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ถึง ต่างระดับบางปะอิน บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย


ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบหาความจริงของสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรถยนต์ของน้องอินไม่ได้ติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์ไว้ จึงทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยากลำบากขึ้น พร้อมทั้งสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับรอยเบรกที่หายไปจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้คาดการณ์สาเหตุเบื้องต้นไว้หลายกรณี ได้แก่ หลับในขณะขับ ใช้โทรศัพท์ขณะขับ เมา อุบัติเหตุจากถนนลื่น และ ไม่ทิ้งความเป็นไปได้ที่รถน้องอิน อาจถูกรถคันอื่นตัดหน้า จนสูญเสียความสามารถในการควบคุมรถ



ล่าสุดหลังจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ออกมาสัมภาษณ์เรื่องการเสียชีวิตของน้องอิน หรือ นางสาวณัฐนิชา เชิดชูบุพการี (คลิกอ่านข่าวฉบับเต็ม ที่นี่) ซึ่งบิณฑ์ ระบุว่า “น้องอินต้องเสียชีวิตประมาณตี 3 ตอนที่น้องไทม์ (แฟนคนปัจจุบัน) จะโทรมาถามว่าถึงหรือยัง ทำไมหายไปนาน หรือว่ากลับกรุงเทพฯ ก็เป็นห่วง จนตี 4 ก็ยังโทร จนไม่ไหวแล้ว คิดว่าน้องอินคงงอนและกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว จนกระทั่งทราบข่าวเสียชีวิตประมาณ 9 โมงเช้า คาดว่าตอนตี 3 ที่น้องอินประสบอุบัติเหตุไม่มีรถผ่านมาเลย จนมาเจอตอนเช้า”หลังจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ออกมาสัมภาษณ์เรื่องการเสียชีวิตของน้องอิน หรือ นางสาวณัฐนิชา เชิดชูบุพการี (คลิกอ่านข่าวฉบับเต็ม ที่นี่) ซึ่งบิณฑ์ ระบุว่า “น้องอินต้องเสียชีวิตประมาณตี 3 ตอนที่น้องไทม์ (แฟนคนปัจจุบัน) จะโทรมาถามว่าถึงหรือยัง ทำไมหายไปนาน หรือว่ากลับกรุงเทพฯ ก็เป็นห่วง จนตี 4 ก็ยังโทร จนไม่ไหวแล้ว คิดว่าน้องอินคงงอนและกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว จนกระทั่งทราบข่าวเสียชีวิตประมาณ 9 โมงเช้า คาดว่าตอนตี 3 ที่น้องอินประสบอุบัติเหตุไม่มีรถผ่านมาเลย จนมาเจอตอนเช้า”





อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าของวันนี้ (8 เม.ย.61) พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า เบื้องต้นพบว่าไม่มีรถยนต์คู่กรณี น้องอินขับมาเพียงลำพัง บนถนนไม่มีร่องรอยการเบรก และจากจุดที่รถตกถนนได้ไถลไปไกลกว่า 60 เมตร จึงไปชนต้นก้ามปูใหญ่อย่างรุนแรง

ส่วนโทรศัพท์ยังไม่พบ พบเพียงชิ้นส่วนของโทรศัพท์ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของน้องอินหรือไม่ จะต้องรอตรวจสอบและโทรศัพท์อีกครั้ง ขณะนี้ได้ให้ตำรวจเร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุถนนโดยรอบและรถยนต์อย่างละเอียด ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังไม่มีพยานบุคคลหรือภาพวิดีโอจากในรถและจากคนทั่วไป

เบื้องต้น ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 5 ข้อดังนี้ 1. สภาพถนนลื่นเพราะฝนตก 2. หลับในหรือไม่ 3. ใช้มือถือระหว่างขับรถหรือไม่ 4. เมาหรือไม่ 5. หรือจากปัจจัยอื่นเช่นตกใจเพราะรถคันอื่นตัดหน้า ซึ่งแพทย์ รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระบุการเสียชีวิตของน้องอินว่า “ศีรษะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร”

ขณะที่ชาวโซเชียลส่วนใหญ่ มองไปในทิศทางเดียวกันว่า โทรศัพท์ของน้องอินหายไปไหน ทำไมถึงไม่เจอในที่เกิดเหตุ รวมไปถึงช่วงเวลาการเสียชีวิตของน้องอิน และการขับรถในสภาพอากาศที่มีฝนตกถนนลื่นตลอดทาง

No comments

Powered by Blogger.