เอาแล้วไง!! ครูปรีชา ควงทนาย ฟ้องลุงจรูญ เผยชัดปมพยานใหม่ ไม่ใช่อย่างที่คิด ก่อนทิ้งท้ายประโยคเด็ด งานนี้เดี๋ยวรู้กัน!!


วันที่ 5 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความพร้อมด้วยทีมงานทนาย และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี เดินทางมาที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ถ.แม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ

เนื่องจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ส่งสำนวนให้กับอัยการ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในส่วนสำนวนที่ 2 คดีอาญาที่ 3/2561 ที่นายปรีชา ใคร่ครวญ แจ้งข้อหาดำเนินคดี ร.ต.ท.จรูญ ข้อหาลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจรเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการยื่นฟ้องครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นได้ออกมาให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์ที่หน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี

โดยนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา กล่าวว่า วันนี้เรามาใช้สิทธิ์ในฐานะของผู้เสียหายในเรื่องคดีด้วยตัวเอง ซึ่งตามกฎหมายนั้นมีวินัยความอยู่แล้ว ว่ากรณีที่พนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยทางผู้เสียหายไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องต่อศาลได้เอง ซึ่งวันนี้ก็ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลในข้อหาลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจร และศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 4 มิ.ย.61 เวลา 09.00 น.





ผู้สื่อข่าวถามว่าการยื่นฟ้องครั้งนี้ใช้หลักฐานจากที่ไหนบ้าง นายวรยุทธ ตอบว่าเราใช้หลักฐานที่เรามีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำเสนอในชั้นการพิจารณาของศาล และมีหลักฐานจากภาค 7 บางส่วนที่เราจะนำมาประกอบ ส่วนเรื่องการที่กองปราบไม่สั่งฟ้องหมวดจรูญนั้น ก็เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กองปราบ เราเคารพในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กองปราบที่พิจารณาหลักฐานแล้วสั่งไม่ฟ้อง



แต่ว่าเราก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนกรณีที่ซองลอตเตอรี่หายไปนั้น เป็นการกระทำผิดอีกฐานหนึ่งซึ่งเราก็กำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน ส่วนการฟ้องในครั้งนี้เราฟ้องคดีเพียงแค่คนเดียวคือ หมวดจรูญคนเดียว ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ครูปรีชา จะฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.นั้นเป็นเพียงแค่กระแสข่าว แต่ก็อย่างที่เรียนไปว่าไม่ใช่เรานึกอยากจะฟ้องใครก็ฟ้อง เราจะต้องพิจารณาให้ชัดแจ้งว่า บุคคลที่เราจะฟ้องนั้นมีเจตนาที่ทุจริต กระทำละเมิดต่อกฎหมายและทำให้เราเสียหายจริงๆเท่านั้นเราถึงจะดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ทางกองปราบระบุว่าไม่พบสัญญาณโทรศัพท์ของครูปรีชาที่ตลาดนัดเรดซิตี้ ตรงนี้ได้ไปตรวจสอบกับทางบริษัท เอไอเอส ที่ครูปรีชาใช้หรือยัง นายวรยุทธ ตอบว่ายัง แต่ตรงนั้นเป็นเรื่องที่เราจะเสนอในศาลอยู่แล้ว สำหรับเรื่องนี้ความจริงนั้นมีอยู่เพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น คือจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้โกหก ซึ่งเราก็จะให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน เราจะไม่มาใช้โซเชียล หรือใช้ประชาชนที่เห็นต่างมากดดันเราไม่เอาโดยเด็ดขาด เพราะเราต้องการใช้กระบวนการศาลยุติธรรมเป็นผู้ชี้ขาดเท่านั้น ซึ่งผลออกมาจะเป็นอย่างไรเราก็ยอมรับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนที่ว่ามีพยานใหม่ขึ้นมานั้นเป็นพยานเด็ดหรือไม่ นายวรยุทธ ตอบว่า แน่นอนครับ แต่พยานที่ว่านั้นไม่ใช่ว่ามีพยานเพิ่มขึ้นมาใหม่ แต่เป็นพยานที่รู้เห็นเป็นประจักตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.60 ส่วนตัวของนายแผน จากที่ได้พูดคุยกัน ตัวนายแผนเองก็ต้องการมาเป็นพยานให้ แต่ตนได้พิจารณาแล้ว พบว่านายแผนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องการไต่สวนคดีที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ก็ขอให้สื่อช่วยแจ้งไปทางฝ่ายคู่กรณีด้วยว่าอย่าเลื่อนก็แล้วกัน เพราะมันจะทำให้ล่าช้าออกไป ซึ่งเราก็ต้องการพิสูจน์เพื่อต้องการให้ประชาชนหายจากข้อสงสัยว่า สุดท้ายแล้วความจริงมันคืออะไร

ด้านครูปรีชา ปิดเผยสั้นๆว่า วันนี้ครูมาใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ตามที่ทางทนายความได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้มาใช้สิทธิ์ของเราตรงนี้

No comments

Powered by Blogger.