ไม่ธรรมดา!! เห็นชุดที่แขวนนั่นไหม หนุ่มติดทหาร ร่ำไห้เพราะห่วงยาย อดีตข้าราชบริพารตามเสด็จฯ (รายละเอียด)


จากกรณีที่โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Art Tua Por” ได้โพสต์คลิปของหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งครบเกณฑ์ต้องมาตรวจคัดเลือกทหารกองเกินประจำปี 2561 กำลังร้องไห้อย่างหนัก จึงเดินเข้าไปสอบถามทำให้ทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นห่วงที่ไม่มีใครดูแลยาย


ซึ่งชายบคนดังกล่าวได้บอกว่า “ผมต้องเลี้ยงดูยาย ผมอยู่กับยาย 2 คน พ่อแม่ก็ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ถ้าผมไปแล้วใครจะดูแลแก แกป่วยเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ก่อนมาแกบอกว่าเอ็งอย่าทิ้งยายไปนะ เอ็งต้องกลับมาอยู่กับยาย ยายมีเอ็งแค่คนเดียว” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว


ต่อมาล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง “กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย” ได้รายงานถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอเรียนว่า มีพบอยู่บ่อยครั้งกรณีน้องๆ ทหารใหม่ แสดงออกถึงความกังวลเนื่องจากตนเองจะต้องเข้ามารับราชการเป็นทหารกองประจำการนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆ เท่านั้นเพราะยังไม่มีข้อมูล เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารสมัยปัจจุบัน ขอเรียนว่าในรั้วครอบครัวทหารยุคปัจจุบัน ทุกหน่วยจะมีการดูแลให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกมิติ โดยเฉพาะการให้ความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายนอกรั้วทหาร และให้ความสำคัญกับทหารทุกคนเสมือนเป็นญาติพี่น้องและคนในครอบครัว ในทำนอง “ญาติเขาก็เหมือนญาติเรา”



ที่ผ่านมาความกังวลในลักษณะทำนองนี้ ทางหน่วยจะมีวิธีช่วยบริหารจัดการให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด หรือกรณีที่บางครั้งอาจจะเกิดผลกระทบบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทุกหน่วยก็จะพยายามบริหารจัดการให้เกิดหรือมีขึ้นได้ให้น้อยที่สุด เชื่อว่าเมื่อทางหน่วยได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยแล้ว สุดท้ายอาจไม่ถึงกับต้องเสียภารกิจในทางใดทางหนึ่งไป ไม่ว่าจะภาระทางราชการ หรือ ภาระทางครอบครัว ที่จะมีเพื่อนทหาร และผู้บังคับบัญชาไปร่วมกันดูแล หรือบางกรณี ทางหน่วย สามารถพิจารณาเสนอขอใช้ ระเบียบการขอลาดูแลบุพการี ได้ถ้าจำเป็นจริง ” พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก 18 เม.ย.61


ต่อมาทาง “กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย” ได้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหาร สัสดี ลงพื้นที่พูดคุยกับครอบครัว นายนายศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร หรือ บุคคลที่มีการถูกแชร์เรื่องราวในคลิปที่เป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ “เหตุการณ์ในตอนนั้น ร้องไห้เพราะตกใจ ไปคนเดียว ไม่มีคนให้ปรึกษา ตนเองจับได้ผลัด 2 ในเดือนพฤศจิกายน ก็จะเข้าไปทำหน้าที่…”



หมายเหตุ: รายได้ของครอบครัวได้จาก นายศักดิ์ฤทธิ์ ประกอบอาชีพรับจ้าง เป็นพนักงานธุรการ บริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งอยู่ถนนท่าดินแดง เขตคลองสาน รายได้วันละ 300 บาท และป้ากับยายช่วยกันร้อยพวงมาลัยแล้วให้ยายไปขายบริเวณหน้า 7-11 หน้าวัดนาคปรก ซ.เพชรเกษม 23 รายได้วันละประมาณ 200 บาท เมื่อ ต.ค.-ธ.ค.60 นายศักดิ์ฤทธิ์ เคยทำงานอยู่ที่สำนักพระราชวัง ฝ่ายสนมมีหน้าที่ในการรับเสด็จ แต่ถูกให้ออกเนื่องจากยังไม่ผ่านการตรวจเลือกทหารและบัตรเขียวถูกยกเลิก ส่วนชื่อ นพดล ที่ใช้ใน เฟสบุ๊คเป็นนามแฝงไม่มีเจตนาอย่างอื่น ปัจจุบันเลิกเรียนแล้ว เนื่องจากไม่มีเงิน

No comments

Powered by Blogger.