แม่น้องอิน เปิดใจ สัมผัสได้ลูกกลับบ้านแล้ว ขอชาติหน้ามาเกิดเป็นลูกแม่อีก


การจากไปอย่างกะทันหันของ น้องอิน ณัฐนิชา ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าอาลัยให้กับทุกคน โดยเฉพาะ คุณแม่ลัดดา เชิดชูบุพการี ที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยชีวิตของ น้องอิน กับคุณแม่มีความผูกพันกันมาก เพราะมีกันอยู่แค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น จากที่น้องอินเคยเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเอง ว่าพ่อแม่เธอแยกกันตั้งแต่เธอยังไม่รู้ความ

ภาพของคนเป็นแม่ที่ร่ำไห้แทบจะตลอดเวลา สร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่พบเห็น โดยต่างส่งกำลังใจให้คุณแม่ข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ เพื่อที่ลูกสาวผู้ล่วงลับจะได้หมดห่วง

หลังเสร็จสิ้นพิธีรดน้ำศพ นางลัดดา เชิดชูบุพการี มารดาของน้องอิน ได้เปิดใจด้วยสีหน้าเศร้าโศกว่า

“แม่บอกน้องไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ขอให้น้องไปสู่สวรรค์เลย และขอให้มีความสุขมากๆ เรืองที่เกิดขึ้นมันกะทันหันมาก ยังไม่ได้ฝันถึงเขา แต่ช่วงเปิดประตูเข้าบ้านรู้สึกขนลุกซู่ ซึ่งเป็นอยู่นานมาก เข้าไปในบ้านก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่ปกติ เชื่อว่าน้องมารอแม่ที่บ้านแล้ว พอดีเพื่อนของหลานไปถามพระอาจารย์ พระอาจารย์ได้คุยกับน้อง ซึ่งแม่ก็ไม่รู้ว่าจริงไหม เขาบอกว่าน้องมารอแม่อยู่ที่บ้าน แต่วันนั้นแม่ไปที่ สน.เพื่อดำเนินเรื่อง และไปจุดเกิดเหตุ และรพ.ธรรมศาสตร์ เพื่อไปดูน้อง เหมือนเราสวนทางกัน”



“พอแม่กลับบ้านไป ญาติที่อยู่บ้านติดกัน เขามีหลานตัวเล็กๆ เด็กวิ่งไปที่ประตูแล้วพูดว่า “อาอินมาๆ” ห้องนั้นติดกล้องวงจรปิด เพื่อไว้ดูเด็กเป็นปกติของเขา ตัวแม่เขาหันหลังไปที่ครัว แต่ลูกกลับวิ่งไปที่ประตูบอกว่า อาอินมา แม่ของเด็กก็ถามว่าอะไรนะ เด็กก็พูดอีกว่า อาอินมา หลังจากได้ยินเรื่องนี้แม่รู้สึกว่าน้องต้องมาหาแม่จริงๆ พอมาถึงบ้านตัวเองก็บอกว่า “น้องอินแม่มาแล้วนะ เข้ามาบ้านเราเลย” เหมือนเรียกลูกเข้าบ้าน พอพูดเสร็จเราเปิดเข้าไปก็ขนลุกเลย และคืนนั้นอากาศเย็น แม่คิดว่าน้องอินอยู่กับแม่ตลอด

“เขาบอกพระอาจารย์เหมือนกันว่าเขาห่วงแม่ แม่อยากให้น้องไปสบาย ไม่ต้องห่วงแม่แล้ว อยากให้น้องขึ้นสวรรค์ไปเลย เพราะชาตินี้น้องอายุน้อย เจอกันชาติหน้าขอให้เขาเกิดเป็นลูกแม่อีก ให้อยู่กันนานๆ จากนี้แม่ก็จะหมั่นทำบุญให้ ถ้าถ้ามีโอกาสก็อยากบวชชีพราหมณ์ ถ้ามีโอกาสก็จะลองดูเพราะไม่เคยบวชเลย แม่ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต มันคงเป็นอุบัติเหตุ เพราะน้องอินไม่เคยมีศัตรู ไม่เคยปองร้ายใคร”

“ตั้งแต่มีเรื่องมาแม่ไม่เคยเปิดทีวีดู ไม่รู้เรื่องภายนอก ไม่รู้ว่ามีกระแสหรือคอมเมนต์อะไรบ้าง เพราะเราเสียใจอยู่ ไม่อยากรับรู้อะไร หลังจากนี้จะเอาอัฐิของน้องไปลอยอังคารที่สัตหีบ และไม่เก็บไว้ที่บ้านเพราะแม่มีลูกคนเดียว แม่อยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเก็บแล้ว ก็ลอยทั้งหมด”

ขอบคุณภาพจากสนุก



No comments

Powered by Blogger.