หนุ่มใหญ่นั่งซดเหล้าดองไม่ทันไร จู่ๆตัวชากันทั้งวง ก่อนปรี่หาหมอ รู้ความจริงรีบปาทิ้งทันที!!


วันที่ 11 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลน่าน นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เข้าตรวจสอบอาการของผู้ป่วยหลังจากที่ดื่มสุราดอง แล้วมีอาการ แขนขาชาไม่มีแรง ใบหน้าชา ไม่มีความรู้สึก เนื่องจากดื่มสุราดอง(เหล้าดองยา สมุนไพร) โดยผู้ป่วยเป็นชาวอำเภอทุ่งช้าง ในช่วงนี้ ได้มีเพื่อนๆ และญาติ มาเที่ยวหาเนื่องจากวันขึ้นปีใหม่ไทย และได้นำ เหล้ายาดอง โดยในเหล้านั้นได้ดอง สมุนไพร ชนิด ชื่อ "ดองดึง" มีลักษณะคล้ายรากไม้ นำมาดองในสุรา และแบ่งกันดื่ม หลังดื่มเสร็จประมาณ 1-2 ชั่วโมง มีอาการชาตามแขนขา และชาออกใบหน้า จากนั้นมีอาการวิงเวียนศรีษะ จึงได้รีบไปพบแพทย์ ที่อำเภอทุ่งช้าง ก่อนทางแพทย์อำเภอทุ่งช้างได้ทำเรื่องส่งตัวมายังโรงพยาบาลน่าน เพื่อรักษาและดูอาการอย่างใกล้ชิด


ทางด้านผู้ป่วย เล่าว่า มีเพื่อและญาติๆมาหา และได้ นำเหล้ายาดองมาร่วมดื่มกินกัน โดยได้ สมุนไพรดองดึง มาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเขา ซึ่งเชื่อกันว่า มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดเมื่อย หรือเรียกกันติดปากว่าแก้ข้อ จึงได้ดื่มกัน ทั้งหมด 6 คน โดย 4 คนที่ดื่มเข้าไปมากนั้น มีอาการ แขนขาชา ใบหน้าชา จึงได้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ โดยนอนอยู่โรงพยาบาลน่าน 3 ราย และ โรงพยาบาลท่าวังผา 1 ราย ส่วนอีก 2 รายนั้นที่ดื่มไม่มาก มีอาการนิดหน่อย และหายแล้ว

นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงหาของป่าและจะมีการนำ รากไม้ เปลือกไม้ มาประกอบอาหาร หรือนำไปทำเป็น เหล้าดองยา จากเคสดังกล่าว นี้นั้นอาจจะเกิดจาก การนำไปดองเกินขนาด หรือ กินเข้าไปในปริมาณที่มากเกิน จึงเกิดอาการดังกล่าว และอีกสาเหตุ คือ รากดองดึง ซึ่งมีลักษณะเหมือนรากไม้ทั่วไป อาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่า เป็นรากของดองดึง และเมื่อนำมาดองในสุรา อาจมีการขับสารพิษออกจากรากไม้ ทำให้เกิดอาการดังกล่าว


โดยสรรพคุณของดองดึง

ดองดึงเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคมะเร็งได้

ช่วยลดเสมหะ แก้เสมหะ (ราก, หัว)

ใช้รับประทานแก้ลมพรรดึก (ราก, หัว)

ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ด้วยการใช้หัวดองดึงนำมาต้มแล้วรับประทานแก้อาหาร (ราก, หัว)

ช่วยขับลมในกระเพาะ ด้วยการใช้หัวแห้งนำมาปรุงเป็นยารับประทาน (ราก, หัวแห้ง)

ช่วยรักษากามโรค ด้วยการใช้หัวแห้งนำมาปรุงเป็นยารับประทาน (หัวแห้ง)

ช่วยแก้โรคหนองใน (แป้งที่ได้จากหัวหรือราก)

ช่วยรักษาบาดแผล (ราก, หัว)

ใช้ทาแก้โรคผิวหนัง (ราก, หัว)

ช่วยรักษาโรคเรื้อนด้วยการใช้หัวแห้งนำมาปรุงเป็นยารับประทาน (ราก, หัวแห้ง)

ช่วยรักษาโรคคุดทะราดหรือโรคติดต่อเรื้อรังที่เป็นแผลตามผิวหนัง (ราก,หัว)

หัวและรากนำมาฝนใช้ทาแก้พิษงู พิษแมงป่อง ตะขาบกัด (ราก,หัว)

หัวดองดึงเมื่อนำมาตำแล้วใช้ทาจะมีสรรพคุณแก้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้อีกด้วย (หัว)

ช่วยแก้อาการหัวเข่าปวดบวมได้เป็นอย่างดี (ราก, หัว)

ช่วยรักษาโรคลมจับโปงหรือโรคปวดเข่า (ราก, หัว)

ช่วยรักษาโรคลมเข้าข้อหรือรูมาติสซั่ม (ราก, หัว)

ช่วยขับพยาธิสำหรับสัตว์พาหนะ (ราก, หัว)

มีการใช้เหง้าหรือหัวดองดึงมาสกัดสารและทำเป็นยาเม็ดไว้สำหรับรักษาโรคเกาต์ (Gout) หรืออาการปวดข้อ

สารสกัดจากหัวและรากใช้สำหรับการเปลี่ยนแปลงพันธุ์พืชเพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ (ราก, หัว)

คำแนะนำ : ไม่แนะนำให้ประชาชนทั่วไปนำมาใช้เองและต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ โดยการใช้หัวดองดึงมาปรุงเป็นยานั้นจะต้องใช้ในปริมาณน้อย ๆ และเจือจางก่อนการนำมาใช้ หากใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

โทษของดองดึง แม้สารโคลชิซีน (Colchicine) จะมีประโยชน์ แต่ก็ยังมีผลเสียต่อการแบ่งตัวของเซลล์ และยังเป็นพิษต่อทางเดินอาหาร เมื่อได้รับสารชนิดนี้เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก หรือประมาณ 3 มิลลิกรัม อาการเป็นพิษก็จะแสดงออกมาหลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะมีอาการแสบร้อนในปากและลำคอ ทำให้คอแห้ง กระหายน้ำ รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก มีอาการเจ็บปวดตามตัว ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ คลื่นหัวใจผิดปกติจนวัดไม่ได้ อาจจะมีอาการไตวายเฉียบพลัน ปากและผิวหนังชา กลืนไม่ลง มีอาการชัก อุจจาระร่วงอย่างแรง อุจจาระมีเลือดปน ปวดท้องปวดเบ่ง ถ่ายจนไม่มีอุจจาระ มีอาการคลื่นไส้ ปั่นป่วนในท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก และอาจส่งผลทำให้หมดสติได้ในที่สุด



หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน อาจเสียชีวิตได้ภายใน 3-20 ชั่วโมง โดยอุณหภูมิของร่างกายก็จะต่ำลงและเสียชีวิตในที่สุด ฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ของสารโคลชิซีน หลังจากได้รับพิษเข้าไปประมาณ 10 ชั่วโมงจะเป็นช่วงที่มีอาการหนักสุด การขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกายก็จะเป็นไปอย่างช้า ๆ พิษของสารชนิดนี้เกิดจากการรับประทานเข้าไปแต่ละครั้งก็จะถูกสะสมไว้ในร่างกาย และปะปนออกมากับน้ำนมของสัตว์ที่ได้สารนี้เข้าไปด้วย ซึ่งจะเป็นพิษต่อคนที่กินนมเข้าไปด้วย และนอกจากนี้สารโคลชิซีนก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอหิวาตกโรค (Cholera), โรคไบรต์ดีซีส (Bright’s disease), โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ (Typhus), อาการระคายเคืองผิวหนัง (Skin complaints), อาการปวดท้องอย่างรุนแรง (Colic)

No comments

Powered by Blogger.